หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: อินทผาลัม  (อ่าน 16442 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
aeeprs
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« เมื่อ: มีนาคม 14, 2011, 12:41:43 pm »

 เมื่อไม่นานมานี้ ได้คุยกับพี่แดน พี่แดนแนะนำให้ปลูกอินทผาลัมแบบกินสด จึงได้ไปหาข้อมูลมา น่าสนใจเหมือนกันครับ
 อินทผาลัมแบบทานสด ที่นิยม มีพันธุ์เมทจูล กับ เดกเลกนัว ตกกิโลกรัมละ700-1,000 บาท เมื่อทานแล้วนำเมล็ดมาเพาะต่อได้
 จากเมล็ดเริ่มงอกถึงให้ผล ประมาณ 2 ปี ทะลายหนึ่งๆหนักประมาณ 20 กิโลกรัม ทำเป็นอาชีพได้เลยครับ
 อินทผาลัม มีเพศผู้ เพศเมีย และกระเทย ดังนั้นอาจต้องปลูกหลายต้นหน่อย ต้นเพศผู้ 1 ต้น นำมาผสมกัยเพศเมียได้หลายต้น ต้นเพศผู้ที่เหลือ สามารถจำหน่ายไปเป็นปาล์มประดับได้ ต้นหลักหมื่นขึ้นไป
 อินทผาลัมชอบดินทั่วๆไป ไม่ใช่ดินทราย อากาศก็ไม่ต้องแล้ง เขาชอบที่ชุ่มชื้นเหมือนปาล์มทั่วๆไป การดูแล สามารถปล่อยให้พระอินทร์เลี้ยงถ้าเขาแตกใบขนนกแล้ว หญ้าไม่ต้องถางจนเตียน ปุ๋ยให้ปุ๋ยคอกดีที่สุด เดือนละครั้ง
 เมื่อออกจั่นให้เอาเกษรตัวผู้ไปผสมเกษรตัวเมีย จะทำให้ติดผลได้อย่างมากมาย ผลสุกจะออกสีแดงๆ
 ตอนนี้ พี่แดน หมอขมิ้น ผมเริ่มเพาะพันธุ์ เอาไว้แล้วครับ ต้นโตได้ผลอย่างไร จะมาเล่าต่อครับ
บันทึกการเข้า

Ben
my friends
Hero Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1925



« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 14, 2011, 12:57:55 pm »

โปรดมากครับ

ผมเพาะเมล็ดไว้สี่ห้าเมล็ดครับ งอกแล้ว เพิ่งได้สามสี่ใบครับ โตช้ามากๆครับ

ผมไปซื้อพันธุ์เมล็ดเล็กกรอบๆ จากเซนทรัล พอทานเสร็จก็นำเมล็ดมาล้างน้ำให้สะอาด
แล้วนำมาเพาะครับ งอกราวๆ ๕๐% ครับ

ส่วนพันธุ์ ลูกใหญ่ เนื้อเยอะ เนื้อฉ่ำ ก็ซื้อมาทาน แล้วก็เพาะเมล็ดได้สองต้นเองครับ

อยากจะปลูกไว้เป็นไม้ประดับสวนครับ เผื่อโชคดีได้กินก็จะดีมิใช่น้อยครับ
บันทึกการเข้า

Ben

ไอยเรศ
Global Moderator
Full Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 14, 2011, 03:07:05 pm »

ผมก็ลองเพาะครับ แต่ที่เพาะ เพราะชอบกินเอง อิอิอิ

โดยจะเอาเมล็ด ใส่ในขวดพลาสติก ใส่น้ำพอเปียกๆ โยนใส่ห้องอบๆ หรือท้ายรถ รอจนแตกรากมาก่อน จึงนำไปเพาะจะได้เปอร์เซนต์การงอกสูงกว่าเยอะครับ เท่าที่ทราบมีพันธุ์ยอดนิยมอยู่ 3 พันธุ์ แต่เหมาะกับการกินผลสด แค่สายพันธุ์เดียว

ระบบรากของอินทผลัม เป็นรากลึก ถุงเพาะกล้าควรจะลึกหน่อย หรือย้ายลงแปลงไวๆหน่อยก่อนรากจะขดและทำให้การลงแปลงชะงัก

ปลูกไปปลูกมา รู้สึกเกะกะไงพิกล เพราะรอบข้างเป็นสนามหญ้าโล่งๆกับไม้ใหญ่

อ้อ ที่ว่า 2 ปีได้ลูกนั้นคือออกไวนะครับ เพราะเป็นการผสมจากต้นตัวผู้และตัวเมีย จึงอาจกลายจากพ่อแม่ได้ ซึ่งบางต้นนั้นรอกันเกือบ 10 ปี หรือค่าเฉลี่ย ก็ 5 ปี

แต่ที่เพาะในไทยช่วงหลังได้ข่าวว่าอยู่ราวๆ 2-3 ปีเท่านั้นเอง
บันทึกการเข้า

noon9999
my friends
Sr. Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 426


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 15, 2011, 05:51:19 am »

ลงกระป๋องน้ำแฉะก็งอกดีครับ

ลงดินไปได้ประมาณ30ต้น ลงแซมๆไปทั่วๆ บางจุดก็ลงเป็นกลุ่ม เพื่อเป็นตัวผู้ค่อยย้ายออก

แต่ต้นที่ยังไม่ลงดินกลับโตเร็วกว่าต้นที่ลงดินครับ เพราะดูแลมากกว่า




บันทึกการเข้า

Ben
my friends
Hero Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1925



« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 15, 2011, 11:49:26 am »

วิธีเพาะเมล็ดอินทผาลัมในขวดน้ำของน้องไอยเรศและคุณnoon9999 น่าสนใจมากครับ ง่ายดีจังครับ แลดูไม่วุ่นวาย

ผมเพาะในกล่องพลาสติก วางเมล็ดบนกระดาษทิสชู่เปียกๆ ปิดฝา แล้วทิ้งเอาไว้ครับ

บันทึกการเข้า

Ben

Ben
my friends
Hero Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1925



« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 15, 2011, 01:04:05 pm »

เมื่อไม่นานมานี้ ได้คุยกับพี่แดน พี่แดนแนะนำให้ปลูกอินทผาลัมแบบกินสด จึงได้ไปหาข้อมูลมา น่าสนใจเหมือนกันครับ
 อินทผาลัมแบบทานสด ที่นิยม มีพันธุ์เมทจูล กับ เดกเลกนัว

พันธุ์กินลูกแดงๆสด กับพันธุ์กินลูกเหี่ยวๆหวานๆสีน้ำตาล พันธุ์เดียวกันหรือเปล่าครับ?



ต้นเพศผู้ที่เหลือ สามารถจำหน่ายไปเป็นปาล์มประดับได้ ต้นหลักหมื่นขึ้นไป

ขอบคุณที่ให้ความรู้ครับ
เกือบไปแล้วครับ หลายเดือนก่อนอยากจะซื้อต้นอินทผาลัมใหญ่ซัก ๒ ต้นไปปลูกประดับสวน และเผื่อหวังจะได้กินลูกด้วย อ๋อเป็นต้น"ตัวผู้" เหลือเดนนี่เองเค้าถึงนำต้นใหญ่ๆมาขาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 15, 2011, 03:15:32 pm โดย Ben » บันทึกการเข้า

Ben

noon9999
my friends
Sr. Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 426


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 16, 2011, 06:53:54 am »

ทั้งแดงและเหลือง สองอย่างทานได้ทั้งสุกแบบกรอบ และสุกแห้งครับ ผลสีเหลืองนิยมรับประทานผลสดมากกว่าผลสีแดงครับ แต่ผลแห้งของแดงจะสีเข้มกว่ากลายเป็นสีน้ำตาลดำถึงดำ

พันธุ์เมทจูล ราชาของอินทผลัม ผลโตที่สุด สีแดง ผลแห้งเนื้อค่อนข้างเละ
กับ เดกเลตนัวร์ ราชินีของอินทผลัม ผลปานกลาง สีเหลือง ผลแห้งเนื้อเหนียวดี


ผมเคยอ่านในหนังสือเทคโนโลยีการเกษตร เขาว่าเกษรต้นตัวผู้ก็มีประโยชน์นะครับ เป็นยาบำรุง
เดี๋ยวไว้ผมหาหนังสือมาเปิดดูใหม่ จะมาบอกสรรพคุณให้ครับ
ส่วนอีกข้อมูลนึงอ่านจากของคุณเถียว ว่าชาวมาเลเซียที่มาเที่ยวบอกอีกหน่อยต้นตัวผู้จะมีค่ากว่าต้นตัวเมีย เพราะจั่นดอกตัวผู้ มีการนำไปกลั่นน้ำหอม
บันทึกการเข้า

noon9999
my friends
Sr. Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 426


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 18, 2011, 05:52:42 am »

ไปค้นในหนังสือสัมภาษณ์สวนอินทผาลัมที่เชียงใหม่
เขาว่ากาบของเกสรตัวผู้จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เอามาสกัดได้ มีสรรพคุณล้างไขมันในลำไส้กับลดไขมันในเลือด
กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดลอง เอามาลองสกัดกับเหล้าแบบพื้นบ้านครับ
ส่วนเวลาการเก็บผลสด ให้เริ่มเก็บเมื่อผลสุกประมาณ5%ของช่อผล เอามาเก็บในตู้เย็นที่8-15องศาได้ ผลจะค่อยๆสุก
หรือถ้าต้องการเก็บผลไว้บริโภคตลอดปีก็เก็บที่0-2องศาครับ
บันทึกการเข้า

NORU
my friends
Sr. Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 342



« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 18, 2011, 04:20:22 pm »

 Cheesy Cheesy ที่บ้าน ต้นนี้ออกดอกออกลูกทุกปี ค่ะ แต่รสชาติฝาด ร่วงหล่นก่อนแก่ ค่ะ มีต้นเล็กยังไม่ขึ้นคอ คนไปพิธีฮัทเอาเมล็ดมาเพาะแบ่งให้มาปลูก ค่ะโตช้ามาก
บันทึกการเข้า

noon9999
my friends
Sr. Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 426


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 19, 2011, 05:54:57 am »

Cheesy Cheesy ที่บ้าน ต้นนี้ออกดอกออกลูกทุกปี ค่ะ แต่รสชาติฝาด ร่วงหล่นก่อนแก่ ค่ะ มีต้นเล็กยังไม่ขึ้นคอ คนไปพิธีฮัทเอาเมล็ดมาเพาะแบ่งให้มาปลูก ค่ะโตช้ามาก

ต้นใหญ่ดีครับ
เดี๋ยวรอต้นเล็กที่คนไปพิธีฮัทเอาเมล็ดมาให้ โตแล้วน่าจะหวานกว่าครับ
พวกนี้โตช้ามากๆช่วง2ปีแรก เดี๋ยวพอระบบรากเต็มทีก็โตเร็วครับ
บันทึกการเข้า

noon9999
my friends
Sr. Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 426


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 19, 2011, 06:03:21 am »

รูปสวนอินทผาลัมที่ซาอุ มีน้องที่รู้จักกันไปทำพิธี เลยบอกให้เอาอินทผาลัมกลับมาด้วย
แล้วถ่ายรูปสวนเขามาให้ดู เผื่อจะมาเลียนแบบบ้านเขาบ้าง
ปรากฏว่ารกเหมือนสวนมะพร้าวบ้านเราเลย  Cheesy
สวนที่เชียงใหม่สวยกว่าเยอะเลย


บันทึกการเข้า

NORU
my friends
Sr. Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 342



« ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 19, 2011, 10:58:53 am »

 Grin Grinเห็นรูปแล้วทนไม่ไหว ค่ะ ไปแมคโครเอา เค็กเล็กนัว มาสองกล่อง อิอิอิ  Huh? ถามหน่อย ค่ะ หน่อที่แตกออกข้างต้นแบบในรูป นี่แยกปลูก จะรอดไหม คะ
บันทึกการเข้า

noon9999
my friends
Sr. Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 426


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: มีนาคม 19, 2011, 07:06:56 pm »

Grin Grinเห็นรูปแล้วทนไม่ไหว ค่ะ ไปแมคโครเอา เค็กเล็กนัว มาสองกล่อง อิอิอิ  Huh? ถามหน่อย ค่ะ หน่อที่แตกออกข้างต้นแบบในรูป นี่แยกปลูก จะรอดไหม คะ

ปลูกได้ครับ รู้เพศด้วยครับไม่ต้องลุ้น
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2010/07/J9491217/J9491217.html
บันทึกการเข้า

Ben
my friends
Hero Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1925



« ตอบ #13 เมื่อ: มีนาคม 20, 2011, 01:48:21 pm »

Cheesy Cheesy ที่บ้าน ต้นนี้ออกดอกออกลูกทุกปี ค่ะ แต่รสชาติฝาด ร่วงหล่นก่อนแก่ ค่ะ มีต้นเล็กยังไม่ขึ้นคอ คนไปพิธีฮัทเอาเมล็ดมาเพาะแบ่งให้มาปลูก ค่ะโตช้ามาก

ต้นใหญ่ดีครับ
เดี๋ยวรอต้นเล็กที่คนไปพิธีฮัทเอาเมล็ดมาให้ โตแล้วน่าจะหวานกว่าครับ
พวกนี้โตช้ามากๆช่วง2ปีแรก เดี๋ยวพอระบบรากเต็มทีก็โตเร็วครับ

จะเฝ้าร้องเพลงรอครับ ๒ ปี
บันทึกการเข้า

Ben

NORU
my friends
Sr. Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 342



« ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 28, 2011, 07:04:57 pm »

 Cheesy Cheesyดอกบานแล้ว อีกไม่นานคงเป็นลูก ค่ะ จะถ่ายรูปมาให้ดูกัน อยากได้พันธุ์ที่ทานได้อร่อยๆแบบ เค้าขายกัน จังถ้าปลูก ด้วยเมล็ดไม่รู้จะอยู่ถึง ได้ชิมไหม..5555
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: